|
การจัดตั้งสมาคมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย
มาจากการรวมตัวกันของอาจารย์ที่สอนวิชาปรัชญาและ /
หรือศาสนาในสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ
ทั้งภาครัฐและเอกชนตั้งแต่ประมาณต้นทศวรรษที่ 2520
โดยใช้ชื่อว่า ชมรมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย
กิจกรรมของชมรมฯ
ขณะนั้นคือการจัดประชุมสัมมนาวิชาการเป็นประจำทุกปี
โดยหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ
การจัดกิจกรรมได้ดำเนินการอยู่ระยะหนึ่งและค่อยๆ
ร้างราห่างหายไป จนกระทั้งในปี พ.ศ. 2539
ได้มีการรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่
เริ่มมีการจัดประชุมสัมมนาวิชาการประจำปีในเดือนตุลาคม ตั้งแต่
พ.ศ. 2539 2541
โดยหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพและมีผู้เข้าประชุมคราวละประมาณ 100
คน ดังนี้
-
พ.ศ. 2539
ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-
พ.ศ. 2540
คณะปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
-
พ.ศ. 2541
ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ในการประชุมสัมมนาในปี
พ.ศ. 2541 ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒนี้
ที่ประชุมได้ตกลงร่วมกันว่า
ชมรมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทยสมควรจะจดทะเบียนให้เป็นสมาคม
ในปีถัดมา (พ.ศ. 2542)
ในการประชุมสัมมนาวิชาการประจำปีที่ภาควิชาปรัชญาและศาสนา
มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่
ที่ประชุมเห็นว่าควรให้มหาวิทยาลัยพายัพเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสมาคม
และเริ่มดำเนินการจดทะเบียนเป็นสมาคมกับจังหวัดเชียงใหม่
ในที่สุดชมรมฯ ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นสมาคมปรัชญาและศาสนา
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2544
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่มหาวิทยาลัยพายัพ วิทยาเขตแก้วนวรัฐ
เลขที่ 131 ถนนแก้วนวรัฐ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ในระหว่างรอผลการจดทะเบียน ชมรมฯ
ยังคงจัดประชุมสัมมนาประจำปีอย่างสม่ำเสมอ กล่าวคือ ในปี พ . ศ
. 2543 จัดที่มหาวิทยาลัยรังสิต โดยมีคณะศิลปศาสตร์
มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นเจ้าภาพ และปี 2544
โครงการหลักสูตรบัณฑิตศึกษาสาขาศาสนาเปรียบเทียบและสาขาจริยศาสตร์ศึกษา
มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นเจ้าภาพ
ในการประชุมสามัญประจำปี
2545 ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกในฐานะสมาคม
ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการขอเพิ่ม แห่งประเทศไทย
ต่อท้ายชื่อสมาคม วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2546
สมาคมปรัชญาและศาสนาได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อว่า
สมาคมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย
|