PDF Print E-mail

ความเป็นเหตุผลของจุดหมายสูงสุด โดย รศ.ดร.มารค ตามไท*

I.  ความเป็นมาของปัญหา

            ในการใช้เหตุผล  เรามักเชื่อมโยงสิ่งหนึ่งเข้ากับสิ่งอื่นที่ถือว่าดีกว่าโดยถือว่าสิ่งหลังนี้เป็นเหตุผลของสิ่งแรก  และสิ่งอื่นที่ดีกว่านี้ก็จะถูกเชื่อมโยงเข้ากับสิ่งอื่นที่เราคิดว่าดีขึ้นไปอีก  แต่การเชื่อมโยงกับสิ่งอื่นนี้จะต้องมีจุดจบ  กล่าวคือ  เป็นสิ่งสุดท้ายที่เราคิดว่าดีที่สุด  ซึ่งเรียกว่า จุดหมาย  และจุดหมายนี้เองคือจุดปลายทางของการใช้เหตุผล

            ปกติจุดหมายนี้เป็นเหตุผลของการกระทำสิ่งอื่น  แต่คำถามหนึ่งที่ได้รับความสนใจคือ  จุดหมายสูงสุดนี้สำคัญอย่างไร  มีเหตุผลรองรับหรือไม่  โดยทั่วไปแล้ว  ผู้ที่ใช้จุดหมายสูงสุดนี้เป็นเหตุผลของ (หรือเครื่องมือสนับสนุน) การกระทำสิ่งหนึ่งมักไม่ได้อธิบายว่าตัวจุดหมายนั้นเองมีเหตุผลหรือไม่  และอย่างไร

            เพื่อที่จะเห็นประเด็นที่กล่าวมานี้  ในเมื่อปีที่ฉลอง 200 ปี ของ Kant  ลองพิจารณาข้อเสนอของ Kant ในงานเขียนเรื่อง Perpetual Peace  ในงานเขียนนี้  Kant เสนอแนวคิดสำคัญ 2 เรื่องใหญ่ๆ เพื่อให้มีสันติสุขถาวร (perpetual peace) ดังนี้

1.       สังคมต่างๆ ต้องมีมาตรการเบื้องต้นคือ  ในสัญญายุติสงครามระหว่างรัฐที่ทำสงครามกัน  ต้องไม่เปิดช่องให้เกิดการทำสงครามใหม่ในอนาคต

2.       ไม่สามารถทำสัญญาซื้อขายรัฐได้  กล่าวคือ  รัฐใหญ่ไม่สามารถขายรัฐเล็กที่ขึ้นกับตนให้รัฐอื่นได้

นอกจากนี้ยังต้องห้ามมีการกระทำบางอย่าง เช่น ห้ามใส่ยาพิษในอาหารของผู้นำรัฐอื่น

            งานเขียนของ Kant พยายามให้เหตุผลว่าทำอย่างไรจึงจะนำไปสู่สันติสุขถาวรได้  กล่าวอีกนัยหนึ่ง  สันติสุขถาวรเป็นจุดหมายที่เป็นเหตุผลของการกระทำสิ่งอื่น  แต่คำถามที่น่าจะเกิดกับงานเขียนชิ้นนี้ก็คือ  ทำไมสันติสุขถาวรจึงควรเป็นจุดหมายสูงสุด  ซึ่ง Kant ไม่ได้ให้เหตุผลไว้

 

II.  ความจำเป็นของการแสวงหาเหตุผลรองรับจุดหมาย

            เราจำเป็นต้องตั้งคำถามว่าจุดหมายมีเหตุผลหรือไม่  ปกติเรามักกล่าวว่าการใช้เหตุผลจะช่วยให้เราแก้ปัญหาระหว่างคนกลุ่มต่างๆ ได้  แต่ถ้าเราใช้เหตุผลโดยมีจุดหมายของเรา  ซึ่งแตกต่างจากจุดหมายของผู้ที่เราโต้แย้งด้วย  และเราไม่สามารถบอกได้ว่าจุดหมายของเรามีเหตุผลมากกว่าจุดหมายของคนอื่น  เราไม่มีทางแก้ปัญหาที่เรากำลังโต้แย้งกันได้  กล่าวอีกนัยหนึ่ง  หากการใช้  เหตุผลมีลักษณะเช่นนี้  จะทำให้ทุกทางเลือกเป็นสิ่งที่มีเหตุผล  เราสามารถทำอะไรก็ได้  เพราะทุกทางเลือกมีจุดหมายบางประการเป็นเหตุผลสนับสนุน  แต่ตัวจุดหมายสูงสุดนั้นอยู่นอกขอบเขตที่เหตุผลจะบอกได้ว่าจุดหมายใดดีกว่ากัน

            ดังนั้น  เราต้องพยายามหาเหตุผลสนับสนุนจุดหมาย  หรือต้องตั้งคำถามว่า  เราใช้เหตุผลหาจุดหมายสูงสุดได้อย่างไร  หากตอบคำถามนี้ไม่ได้  จะมีผลตามมาหลายประการ  เช่น  ประชาธิปไตยซึ่งสนับสนุนการหาข้อสรุปด้วยการใช้เหตุผลคงเป็นไปไม่ได้  หรือเราคงต้องยอมรับการใช้กำลังในการทำให้จุดหมายของแต่ละกลุ่มเป็นที่ยอมรับของสังคม

 

III.  ข้อเสนอเกี่ยวกับการหาเหตุผลรองรับจุดหมาย

            Henry Richardson พยายามเสนอแนวทางการสนับสนุน (justification) จุดหมายสูงสุดด้วยเหตุผลในหนังสือชื่อ Practical Reasoning About Final Ends   โดยเขาพยายามตอบปัญหา 2 ประการใหญ่ๆ

1.       พยายามค้นหาสิ่งที่ดูเหมือนเป็นอุปสรรคที่ทำให้เราคิดว่าไม่สามารถให้เหตุผลสนับสนุนจุดหมายได้  เมื่อพบอุปสรรคแล้ว  จะพยายามอธิบายว่าทำไมสิ่งที่คิดว่าเป็นอุปสรรคเหล่านี้จึงไม่ใช่อุปสรรค

2.       พยายามแสวงหาวิธีที่ทำให้เราสามารถใช้เหตุผลสนับสนุนจุดหมายสูงสุดได้

            ในประเด็นแรก คือ การหาอุปสรรคของการหาเหตุผลสนับสนุนจุดหมาย  Henry Richardson เห็นว่าอุปสรรคในทรรศนะของนักปรัชญาแบ่งออกได้เป็นประเภทดังนี้

1.       อุปสรรคจากขอบเขตของการใช้เหตุผล (scope obstacle)  นักปรัชญาบางกลุ่มเห็นว่า  ขอบเขตของการไตร่ตรองด้วยเหตุผลไม่สามารถครอบคลุมถึงการใช้เหตุผลสนับสนุนจุดหมายได้  บางคนในกลุ่มนี้เห็นว่า  สิ่งที่จะเป็นจุดหมายนั้นโดยคำจำกัดความของภาษาเป็นสิ่งที่พ้นการไตร่ตรองจุดหมายด้วยเหตุผล  ผู้ที่พยายามทำเช่นนี้กำลังทำในสิ่งที่เกินกว่าข้อกำหนดของภาษา  ตัวอย่างเช่น  Aristotle และ Hume เห็นว่ากิจกรรมของการใช้เหตุผลเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยจุดหมายก่อน  หากเป็นเช่นนี้  เราใช้เหตุผลสนับสนุนจุดหมายไม่ได้

2.       จุดหมายในฐานะเครื่องชี้วัดทางเลือก  นักปรัชญาบางคนเห็นว่าจุดหมายเป็นเครื่องชี้วัดว่า  จากทางเลือกที่มีอยู่ต่างๆ  ทางเลือกใดเป็นทางเลือกที่ดีกว่าทางเลือกอื่นๆ  แต่เมื่อกล่าวถึงจุดหมายโดยตัวมันเอง  เราไม่สามารถหาเครื่องชี้วัดได้ว่าจุดหมายใดเป็นจุดหมายที่ดี

3.       จุดหมายในฐานะกรอบการไตร่ตรอง  นักปรัชญาบางคนเห็นว่าจุดหมายเป็นกรอบของการไตร่ตรองด้วยเหตุผล  เราไม่สามารถใช้เหตุผลไตร่ตรองตัวกรอบได้

            หลังจากการพิจารณาอุปสรรคต่อการใช้เหตุผลกับจุดหมาย  Henry Richardson หันไปวิเคราะห์มโนทัศน์หลัก เช่น เรื่องเหตุผล  พวกเขาเปลี่ยนคำถามจาก เหตุผลสามารถทำอะไรได้บ้าง เป็นการถามว่า การใช้เหตุผลคืออะไร  และเสนอว่าการใช้เหตุผลเป็นคุณลักษณะของมนุษย์  กล่าวคือ  บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ใช้เหตุผลคือผู้ที่ใช้เหตุผลเป็น  และสำหรับผู้ที่ใช้เหตุผลเป็น  เมื่อเขาแสวงหาจุดหมายสูงสุด  จุดหมายนั้นถือได้ว่ามีเหตุผลรองรับ  ทั้งนี้เพราะจุดหมายนั้นมาจากการใช้เหตุผลซึ่งเป็นคุณลักษณะในตัวของเขา

            แต่ข้อเสนอเรื่องการใช้เหตุผลเป็นคุณลักษณะนี้มีปัญหาในทำนองเดียวกับข้อเสนอของนักปรัชญากลุ่มจริยศาสตร์คุณธรรม (virtue ethics) ที่เสนอว่า  การกระทำที่ถูกคือการกระทำที่ทำโดยคนที่มีคุณธรรม (ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่พึงปรารถนาทางศีลธรรมบางประการในตัวคน)  นักปรัชญากลุ่มนี้เชื่อว่า  คุณธรรมเป็นคุณลักษณะที่คงที่ในตัวคนที่มีคุณธรรม  แม้เขาจะอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน  และคุณลักษณะที่คงที่นี้เอง  ทำให้คนๆ นั้นสามารถทำสิ่งที่ถูกเสมอ  แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

            ข้อวิจารณ์ต่อนักปรัชญากลุ่มจริยศาสตร์คุณธรรมก็คือ  เราไม่สามารถหาคุณลักษณะที่คงที่นี้  กล่าวคือ  เมื่อคนๆ หนึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่ต่างกันไป  เขาจะกระทำในสิ่งที่แตกต่างกันไป  สิ่งนี้น่าจะสอดคล้องกับฝ่ายที่เชื่อว่าตัวกำหนดพฤติกรรมคือสถานการณ์มากกว่า  ข้อวิจารณ์ในลักษณะนี้สามารถนำไปวิจารณ์ทรรศนะที่ว่าคนใช้เหตุผลมีคุณลักษณะความสามารถใช้เหตุผลติดตัวอยู่ตลอด

            สรุป  หากเราไม่สามารถหาเหตุผลรองรับจุดหมายสุดท้ายได้  ก็คงจะมีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตร่วมกันในสังคม  กล่าวคือ  เมื่อคนแต่ละกลุ่มมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับจุดหมายและแนวทางการดำเนินชีวิต  แต่ละกลุ่มอาจจำเป็นต้องต่างคนต่างอยู่  หรือมิฉะนั้นก็ต้องใช้กำลังตัดสิน

*สรุปจากปาฐกถาเนื่องในโอกาสครบวาระการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทยสมัยแรก  ในการสัมมนาวิชาการประจำปี 2547  ของสมาคมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย  ร่วมกับภาควิชาปรัชญาและศาสนา  คณะศาสนศาสตร์แมคกิลวารี  เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2547  ที่มหาวิทยาลัยพายัพ  จังหวัดเชียงใหม่

 

131 มหาวิทยาลัยพายัพ ถ.แก้วนวรัฐ ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
© 2005-2009 สงวนลิขสิทธิ์ สมาคมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย